วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หลุยส์ ปาสเตอร์


หลุยส์ ปาสเตอร์ เป็นนักเคมีชาวฝรั่งเศส ซึ่งศึกษาเรื่องแบคทีเรีย ปาสเตอร์เกิดในเมืองเล็กๆในฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ.1822 เขาได้ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ในวิทยาลัยและเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในฝรั่งเศส เขาพบว่าอินทรีย์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆเป็นสาเหตที่ทำให้สิ่งต่างๆเกิดการเปรี้ยวขึ้น เขาคิดค้นทำกระบวนการทำของเหลวเหล่านี้ให้ร้อนเพื่อลดหรือป้องกันไม่ให้มันเสียเรียกว่าปาสเตอเซชั่น เขายังได้พิสูจน์จุลินทรีย์เป็นสาเหตของโรคบางชนิด เขาสามารถป้องกันมนุษย์และสัตว์จากโรคเหล่านี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีน และได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคกลัวน้ำ ซึ่งเกิดจากการถูกสัตว์บ้ากัด งานของปาสเตอร์ได้ช่วยเหลือผู้ผลิตเหล้า คนปลูกไหม และคนเลี้ยงแพะของฝรั่งเศส และเขายังได้ค้นหายารักษาโรคต่างๆอีกมากมายเช่นอหิวาตกโรค วัณโรค ไข้คอตีบ เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พระนางมารีอังตัวเนต


เจ้าหญิงมารี อังตัวเนตต์ ถือกำเนิดในราชวงศ์แห่งออสเตรียเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน1755 และได้อภิเษกกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเจ้าชาย)ในปี 1770 ได้รับการสถาปนาเป็นราชินีแห่งฝรั่งเศสด้วยวัยเพียง 19 ชันษาในอีก 4 ปีต่อมา
ชีวิตในช่วง 7 ปีแรกของการสมรสที่พระเจ้าหลุยส์ ที่ 16 (ซึ่งตอนนั้นยังเป็นแค่ Dauphine หรือ มกุฏราชกุมาร แห่งฝรั่งเศส) และพระนางมารี อังตัวเนตต์ ไม่มีรัชทายาท ประชาชนต่างโห่ร้องบอกให้พระเจ้าหลุยส์หย่ากับพระนางแล้วส่งพระนางกลับออสเตรียซะ จวบจนวันที่ 10 พฤษภาคม 1774 ในเวลาตี 3 ที่พระเจ้าหลุยที่ 15 เสด็จสวรรคต ทั้งสองพระองค์จึงได้รับการสถาปนาเป็นพระราชาและราชินี แห่งฝรั่งเศส
พระนางมารีอังตัวเนตต์ให้กำเนิดรัชทายาทองค์แรก เจ้าหญิง มาเรีย เทเรซ่า ชาลอตต์ ในปี 1778 และเจ้าชายหลุยส์ โจเซฟ ในปี 1781.... เจ้าชายหลุยส์ ชาลส์ ในปี 1785 และ เจ้าหญิงโซเฟีย บีอาทีกส์ ในปี 1786
พระองค์และพระสวามี ทรงปกครองฝรั่งเศสในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและปฏิวัติซึ่งเกิดไปทั่วทุกแห่งของโลก ชนชั้นทางสังคมมีช่องว่างห่างมาก ผู้มีการศึกษา ต่างหวังที่จะก่อรัฐประหารเพื่อโค่นอำนาจกษัตริย์ ไปสู่ประชาธิปไตยเช่นเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกา

ต้นเหตุมาจาก สร้อยพระศอ
คาดินาล เดอ โรฮาน พระราชาคณะผู้มีประวัติอื้ฉาวว่า "ผู้ร่วมเตียงทั่วราชสำนักออสเตรีย" ซึ่ง แม้แต่จักรพรรดินี มาเรียเทเรซ่า พระมารดาของพระนางมารีอังตัวเนตต์ก็เคย "ร่วมเตียง" กับคาดินาล เดอ โรฮาน มาแล้ว ทำให้พระนางมารีอังตัวเนตต์ ชิงชังและกีดกันคาดินาล เดอ โรฮาน ออกจาวงสังคมในราชสำนัก ตัดความก้าวหน้าในอาชีพการงานแทบทุกทาง
ฌาน แซงเลมี เดอ วาลลัวส์ เคาเตส เดอลามอตต์ ผู้ซึ่งครอบครัวของนางถูกกษัตริย์ยึดที่ดินไป เมื่อสบโอกาส นางจึงเข้าทาง คาดินาล เดอ โรฮาน เพื่อตีสนิทเข้าหาราชินี ด้วยการอ้างตัวว่าเป็นคนสนิทของราชินี เพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองให้กษัตริย์ไถ่คืนที่ดินให้แก่นาง เคาเตสยอมขนาดยอมเป็นเมียเก็บของคาดินาล แต่ก็ขอเบี้ยเรี่ยรายจากคาดินาลอยู่เสมอ
จวบจนกระทั่ง ช่างเพชรราชสำนักได้นำสร้อยเพชรมาเสนอขายต่อพระนางมารีอังตัวเนตต์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะอ้างว่า ราชวงศ์ต้องการนำเงินไปใช้กับกองทัพมากกว่า พร้อมทั้งกำชับต่อช่างเพชรว่า ห้ามนำมันมาเสนอพระนางอีกเป็นอันขาด
ช่างเพชรผู้โชคร้ายจึงนำเครื่องเพชรดังกล่าวไปเสนอให้เคาเตส เดอลามอตต์ เพราะเข้าใจว่า นางเป็นคนสนิทของพระนางมารีอังตัวเนตต์ โดยอาจจะช่วยโน้มน้าวให้พระนางมารี อังตัวเนตต์ ซื้อสร้อยเพชรเส้นนี้ได้ ด้วยเหล่เหลี่ยม เคาเตส เดอ ลามอตต์ จึงนำสร้อยเพชรดังกล่าวไปเป็นข้อโกหกว่า พระนางมารี อังตัวเนตต์ต้องการ เคาเตสจึงล่อหลอกให้ คาดินาลซื้อไว้โดยให้คาดินาลค้ำประกันค่าสร้อยให้พระราชินี แทนการไถ่บาป เป็นเสมือนตั๋วเข้าสู่ราชสำนักอีกครั้ง
แต่สร้อยเพชรดังกล่าว ก็มิได้ถูกนำไปเสนอต่อราชินี เงินค้ำประกันทั้งหมด รวมทั้งตัวสร้อย ได้หายจ้อยไปอย่างไร้ร่องรอย พระเจ้าหลุยส์ ที่ 16 จึงนำตัวคาดินาล มาไต่สวน
พระคาดินาลที่ถูกไต่สวนก็พ้นข้อกล่าวหาเพราะว่าเป็นผู้เสียหาย เคาเตสเดอลามอตต์ ถูกจองจำในคุก บาส ติล เป็นเวลา 1 ปีเต็ม
แต่ประชาชนไม่อาจลืมเรื่องสร้อยเพชรเส้นนั้น พระนางมารี อังตัวเนตต์ถูกกล่าวหาผิดๆว่า มีส่วนในการซื้อสร้อยเพชรที่อื้อฉาวเส้นนี้ ซึ่งทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้านกษัตริย์.....ซึ่งได้ทำการล้มราชวงศ์สำเร็จ ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 1789
หลังจากถูกจองจำมานานกว่า 4 ปี และในที่สุด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปี 1793 คณะรัฐประหาร ได้ตัดสินประหารชีวิตพระนางมารีอังตัวเนตต์ ด้วยเครื่องกิโยติน เป็นการสิ้นสุดความยิ่งใหญ่ของราชินีแห่งฝรั่งเศสผู้อื้อฉาว

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

ประวัติสงครามหมู่บ้านร่มเหล้า

ประวัติ สงครามบ้านร่มเกล้า

สงครามบ้านร่มเกล้าเกิดจากกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากปัญหาเส้นเขตแดนที่อ้างสนธิสัญญาคนละฉบับทั้งนี้โดยมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2451 กำหนดให้ลำน้ำเหืองเป็นเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส แต่ปีถัดมาพนักงานสำรวจทำแผนที่พบว่ามีน้ำเหือง 2 สาย ฝรั่งเศสตัดสินเอาเองโดยไม่ได้แจ้งให้กรุงเทพฯทราบ เลือกสายน้ำที่ทำให้ตนได้ดินแดนมากขึ้นหน่อย ลาวรับช่วงถือเขตแดนนี้แต่ลำน้ำเหือง 2 สายนั้นไม่ตรงกับแนวลำน้ำในปัจจุบันที่ปรากฏในแผนที่สหรัฐทำให้รัฐบาลไทยช่วงสงครามเวียดนาม ลำน้ำในปัจจุบันเรียกว่าเหืองป่าหมัน ไม่ใช่ชื่อที่เคยปรากฏในเอกสารใด ๆ เมื่อพ.ศ. 2450 - 2451
เขตแดนตรงนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี 2530 ลาวอ้างว่าบริเวณบ้านร่มเกล้าเป็นของลาว เนื่องจากแผนที่คนละฉบับกับไทย ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสำรวจเมื่อปี 2450ช่วงปี 2510 - 2520 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เคลื่อนไหวรุนแรงที่จะยึดอำนาจรัฐ พื้นที่ติดต่อเขตลาวในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่าม้ง ถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนและปฏิบัติการ เพราะสามารถข้ามลำน้ำเหืองเข้ามาในเขตไทยได้ง่าย และบริเวณพื้นที่นี้กลายเป็นยุทธบริเวณอันสำคัญระหว่างทหารกับพคท.ชาวม้ง ซึ่งเป็นแนวร่วมสำคัญของพคท. ถูกปราบปรามอย่างหนัก หนีข้ามลำน้ำเหืองเข้าไปในเขตลาวช่วงปี 2525 สถานการณ์ในอินโดจีนเปลี่ยนแปลง ประกอบกับนโยบาย 66/2523 ของรัฐบาลไทยคือใช้ยุทธศาสตร์ “การเมืองนำทหาร” ทำให้ชาวม้งตัดสินใจกลับเข้ามาตามโครงการเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ 3 ได้ตัดถนนสายยุทธศาสตร์และแนวชายแดนจากอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ขึ้นไปสิ้นสุดที่บ้านร่มเกล้ากลายเป็นเขตสัมปทานป่าไม้ มีการจัดตั้งชุดทหารพรานคุ้มครองที่ 3405 ขึ้น

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา !วันที่ 31 พฤษภาคม 2530 ทหารลาวยกกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งฝ่ายไทยอ้างว่าอยู่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์ของบริษัทป่าไม้เอกชนเสียหาย 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 1 คน หายสาบสูญ 1 คน ทหารพรานชุด 3405 เข้าปะทะกับทหารลาววันที่ 1 มิถุนายน 2530 ทหารลาวเข้าโจมตีม้งที่บ้านร่มเกล้า โดยอ้างว่าเป็นการกวาดล้างม้งที่เคลื่อนไหวต่อต้านทางการลาว และมีทหารลาวอีกชุดหนึ่งยกกำลังข้ามพรมแดนเข้ามาที่เขตบ้านนาผักก้าม และบ้านนากอก อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ยิงราษฎรไทยตาย 1 คน จับกุมตัวไป 6 คน หนีรอดมา 1 คน โดยกล่าวหาว่าราษฎรเหล่านั้นลักลอบเข้าไปตัดไม้ในลาวฯลฯขณะนั้นสหรัฐเผ่นออกไปจากเอเชียแล้ว ทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากไว้ในเวียดนาม ทางอีสานใต้มาถึงตะวันออกกองพลใหญ่ของเวียดนามจ่อคอหอยอยู่ ทางอีสานเหนือภายใต้ชื่อทหารลาว แต่ความจริงน่าจะเป็นกองกำลังผสมของหลายชาติ โดยมีชาติมหาอำนาจยืนทะมึนอยู่ข้างหลัง ทั้งได้ใช้เทคโนโลยีสูงยิ่งในการบัญชาการยามนั้นกองทัพไทยปกป้องเอกราชอธิปไตยจนแม้กระสุนปืนใหญ่ก็ไม่เหลือ ที่ระดมมาจากมิตรประเทศในอาเชียนก็หมดสิ้นพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธสั่งการให้อดีตทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ พ.อ.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ร่วมกับ “คณะทำงานลับ” คนหนึ่ง และทีมงานของเขา ติดต่อประสานงานกับกองทัพจีนนำไปสู่กระบวนการ “วิธีการพิเศษ” ลำเลียงทั้งปืนใหญ่และกระสุนจากจีนมาใช้ !ปืนใหญ่และกระสุนปืนใหญ่ชุดนั้นมีความหมาย 2 นัย นัยแรกตรงไปตรงมา คือเป็นยุทโธปกรณ์เสริมและทดแทน นัยที่สองที่อาจจะสำคัญกว่าก็คือเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของ “สาส์น” ที่ต้องการ “สื่อ” ต่อฝ่ายตรงกันข้ามลักษณะกระสุนชนิดใหม่ที่ถูกยิงออกไปทำให้เกิดความเข้าใจว่าศึกครั้งนี้ไทยไม่ได้รบโดยโดดเดี่ยวแล้ว จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการเจรจา และถอนทหารออกจากแนวรบอาจกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะโดยไม่ต้องรบแน่นอนว่าวิถีทางในการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาตินับแต่ประวัติศาสตร์มา คือ วิถีทางการทูต และวิถีทางการทหาร ต้องใช้วิธีทั้งสองตามสถานการณ์ และอย่างพลิกแพลง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ใช้แต่ทางใดทางหนึ่ง คำพูดที่ว่า “สู้ตาย” เป็นเรื่องเหลวไหลที่นักการทหารชั้นยอดจะไม่ยอมใช้ เพราะเขาใช้แต่คำว่าสู้เพื่อชนะ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของไทยคือการรักษาเอกราชอธิปไตยของไทยโดยไม่ให้บอบช้ำต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหลังจากเหตุการณ์ร่มเกล้าแล้ว ความจริงคนไทยควรจะได้รู้ว่าใครคือมิตรแท้ แต่การนำความจริงมาเปิดเผยในบางสถานการณ์ย่อมไม่เป็นผลดี เช่น สมมติว่าในช่วงนั้นประกาศให้รู้ทั่วกันว่าไทยไม่ได้รบกับลาวประเทศเดียว ก็เสมือนเท่ากับประกาศสงครามกับเวียดนามและสหภาพโซเวียตโดยตรง มีหรือที่ศึกจะไม่ใหญ่ขึ้น และถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะรับผิดชอบต่อเอกราชอธิปไตยของชาติเมื่อตอบคำถามนี้ก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องกล่าวว่า เป็นโชคดีของประเทศไทยที่พคท.กับเวียดนามและลาวเข้ากันไม่ได้ ขณะเดียวกันจีนก็หันมาสัมพันธ์กับไทยในลักษณะรัฐต่อรัฐ มากกว่าพรรคต่อพรรค

นี่เป็นผลส่วนหนึ่งจากที่การที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธเดินทางไปเจรจาความเมืองกับเติ้งเสี่ยวผิงในขณะนั้น !
1.. มีมหาอำนาจมาช่วยลาวรบจริง
2.. ด้วยเทคโนโลยี จาก มหาอำนาจ ทำให้เขาเหนือกว่าเราในช่วงแรกของสงคราม เป็นต้นว่าเขามี เรดาห์ซึ่งสามารถจับ วิธีการยิงปืนใหญ่ของเราได้ ดังนั้นเราจึงต้อง ย้ายที่ตั้งปืนใหญ่ทันทีเมื่อยิงเสร็จ
3.. เรื่อง อาวุธจากจีนนั้น ผมว่าคงเป็นแค่ประเด็นเสริม เหมือนกรณี ประเด็นเสริม Dr. เอเดรียน
4.. จริง ๆ แล้ว เพราะว่า ทางไทยได้ส่งหน่วย รบพิเศษ ไปปฏิบัติการในแนวหลังของฝ่ายตรงข้าม ในลักษณะสงครามกองโจรทำให้ ฝ่ายตรงข้ามเกิดวิกฤตขึ้น เนื่องจากขาดการส่งกำลังบำรุง
5..จากหัวข้อกระทู้ เบื้องหลัง....ไทยไม่ได้แพ้ สรุปได้ว่า จากที่เราได้ส่ง หน่วยรบพิเศษไปปฏิบัติการในแนวหลัง ของฝ่ายตรงข้ามทำให้ ทางลาว ต้องส่งผู้แทนมาเจรจา กับ ไทย เพื่อเจรจา ขอ สงบศึก ซึ่ง ในมุมมองของทางการเมืองและทหารแล้วประเทศคู่สงครามประเทศใด ขอเจรจาก่อน หมายถึง ขอยอมแพ้แล้วนั่นเองจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและลาวนั้น มีรายงานจากบางหน่วยแจ้งว่ามีฝ่ายลาวมีทหารต่างชาติบัญชาการรบอาจเป็นคนรัสเซีย และถูกทหารไทยยิงตายไปหลายคน (กองทัพไทยไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรื่องนี้มากนัก) จากการปะทะหลายครั้งบางหน่วยรายงานว่า ทหารที่เข้าใจว่าเป็นทหารลาว บางคนพูดร้องสั่งการเป็นภาษาเวียดนาม คาดว่าเป็นกองกำลังผสมระหว่างเวียดนามและลาวที่รบกับไทย ในการรบที่บ้านร่มเกล้านี้จึงไม่ใช่กรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวธรรมดา
ระบบอาวุธและการติดต่อสื่อสารในการรบที่ทางฝ่ายลาวใช้นั้น ทันสมัยมาก สามารถรู้พิกัดที่ตั้งปืนใหญ่ของไทยและยิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการรบกวนระบบการสื่อสารของทหารไทย ซึ่งกองทัพประชาชนลาวคงไม่มีระบบที่ทันสมัยอย่างนี้ที่ตั้งบนเนิน ๑๔๒๘ มีการดัดแปลงการตั้งรับอย่างดี บังเกอร์เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะเป็นเนินเขาบีบแคบในการเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้าอย่างเดียว ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในการรบ หากจะต้องทำการรบในกรอบปกติ

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิธีลดสะโพกแบบง่าย ๆ

: : :*วิธีลดสะโพกแบบง่ายมากๆๆ ทำได้ด้วยตัวเอง..!!! * : : :
- ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
- ควบคุมอาหาร แต่ไม่ใช่อดอาหาร
เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์มากกว่ารับประทานตามใจปาก ควรทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ ลดอาหารจำพวกที่ให้พลังงานสูง และอาหารรสจัด หวานจัด มันจัด ควรดื่มนมที่พร่องมันเนย ของขบเคี้ยว ให้เลือกทานประเภทพืชเปลือกแข็งแทน เช่น ถั่ว เม็ดแตงโม ฯลฯ
- การนวดมีประโยชน์มากกับขาช่วงต้นขาด้านบน ด้านหน้าและหลัง โดยเฉพาะช่วงต่อจากก้นลงมา เพราะถ้าบริเวณนี้มีไขมันมากจะทำให้สะโพกห้อยและย้อยได้ นอกจากนี้การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งกำจัดของเสียและไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังด้วย สำหรับการนวดที่ดีคือ ให้ใช้ครีมที่ใช้ขจัดไขมันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนวด ควรเป็นตอนก่อนนอน หลังอาบน้ำในตอนเช้า หรือก่อนทานอาหารหนึ่งชั่วโมง ควรใช้ครีมนวดติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ถ้าใช้ ๆ หยุด ๆ จะไม่เห็นผล และหยุดใช้ครีมนวดทันทีถ้าเกิดอาการแพ้
- การขัดผิว จะช่วยในเรื่องของการแตกลาย จุดด่างดำ ผดผื่นแดง และรอยหยาบกร้านให้หมดไป สามารถขัดผิวได้ด้วยตัวเองโดยใช้น้ำมันขัดผิวที่ทำขึ้นเองแบบง่าย ๆ และประหยัด โดยนำเกลือเม็ดใส่ลงในขวด กะปริมาณตามที่ต้องการใช้ จากนั้นเติมน้ำมันมะกอกลงไป สังเกตุให้เกลือดูดซึมน้ำมันจนหมดอย่าให้แห้ง หรือเปียกเกินไป เติมน้ำหอมกลิ่นที่ชอบลงไปสัก 2-3 หยด

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การบินไทย !


บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) เป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินกิจการในด้านการบินพาณิชย์ในประเทศ และระหว่างประเทศ ในฐานะสายการบินแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นรัฐวิสาหกิจของชาติ ที่ดำเนินกิจการแข่งขันกับต่างประเทศ ในธุรกิจการบินโลก และเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถทำกำไรต่อเนื่องเรื่อยมา ทั้งยังได้รับการยกย่องในด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับสายการบินชั้นนำของโลกเสมอมา




การบินไทยเริ่มก่อตั้งขึ้นโดยการทำสัญญาร่วมทุนระหว่าง บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด กับสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ ซิสเต็ม หรือใช้ชื่อย่อว่า เอส เอ เอส เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2502 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจการบิน ระหว่าง ประเทศ และได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2503 ด้วยทุน จดทะเบียน 2 ล้านบาท โดยบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 70 และ เอส. เอ. เอส. ถือหุ้นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียน ต่อมา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2520 เอส. เอ. เอส. ได้โอนหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดให้แก่ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด และถือเป็น การยกเลิกสัญญาร่วมทุน ก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2503 โดย บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด กับบริษัทสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ ซิสเต็มหรือใช้ชื่อย่อว่า เอส เอ เอส ได้ร่วมลงทุนกิจการด้วยทุนเพียง 2 ล้านบาท โดยเดินอากาศไทยถือหุ้นร้อยละ 70 และ เอส เอ เอส ถือหุ้นร้อยละ 30 ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการเพิ่มทุนอย่างเป็น ขั้นตอนตลอดมาจนถึงปีพุทธศักราช 2520 บริษัท เดินอากาศไทย ได้ซื้อหุ้นทั้งหมดคืนจาก เอส เอ เอส ตามมติ คณะรัฐมนตรี และมอบโอนหุ้นที่ซื้อมาให้กระทรวงการคลัง ดังนั้น การบินไทย จึงเป็นสายการบินของคนไทยอย่างแท้จริง และมี บริษัท เดินอากาศไทยกับกระทรวงการคลัง เป็นผู้ร่วมถือหุ้น ต่อมาเมื่อวันที่1 เมษายน 2531 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการรวมกิจการการบินภายในประเทศที่ดำเนินการ โดยบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด เข้ากับกิจการของบริษัทฯ เป็นผลให้เงินทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2,230 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ดังนั้นบริษัทฯ จึงเป็นสายการบินแห่งชาติที่รับผิดชอบกิจการ การบินพาณิชย์ ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศ และเส้นทางบินภายในประเทศทั้งหมด และเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2534 มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินธุรกิจที่สำคัญเกิดขึ้น โดยคณะรัฐมนตรี มีมติให้ดำเนินการดังนี้1. นำบริษัท ฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย2. เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 3,000 ล้านบาท โดยนำหุ้นเพิ่มทุนส่วนแรกจำนวน 100 ล้านหุ้น ในราคาตามมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ออกจัดสรรก่อน3. ให้จัดหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5 ล้านหุ้น ขายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ในราคาตามมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท4. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลืออีกจำนวน 95 ล้านหุ้น เสนอขายประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นการระดมทุนจากภาคเอกชน อันจะทำให้การบินไทย มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการพาณิชย์ รวมทั้งเป็นการให้ประชาชนและพนักงาน ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของสายการบินแห่งชาติด้วยบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2534 โดยได้ทำการแปลงกำไรสะสมให้เป็นหุ้นเพิ่มทุนทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเป็น13,000 ล้านบาท และทำการเพิ่มทุน จดทะเบียนใหม่อีกจำนวน 3,000 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 16,000 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้ว 14,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง ถือหุ้นร้อยละ 79.5 และธนาคารออมสินถือหุ้นร้อยละ 13.4 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 7.1 กระจายสู่นักลงทุนทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งพนักงานของบริษัทฯ และในวันที่20-21 พฤศจิกายน 2546 บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 442.75 ล้านหุ้น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2543 วันที่ 20 สิงหาคม 2545 และวันที่ 16 กันยายน 2546 โดยหุ้นที่เสนอดังกล่าว เป็นหุ้นเพิ่มทุน 285,000,000 หุ้น และหุ้นเดิมของกระทรวงการคลัง 157,750,000 หุ้น โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์บนเครื่องบิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯตั้งแต่เดือน กันยายน 2547 บริษัทฯได้จำหน่ายหุ้นให้กับพนักงานจำนวน 13,896,150 หุ้น ในราคาหุ้นละ 15 บาท ภายใต้โครงการจัดสรรหลักทรัพย์ให้พนักงาน (Employee Securities Option Plan) โดยบริษัทฯ จะยังคงจำหน่ายหุ้นให้กับพนักงานที่ถือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นภายใต้โครงการดังกล่าวจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการในเดือนเมษายน 2549



วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ



เป็นสายการบินที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก ให้บริการดีเลิศด้วยเสน่ห์ไทย



สัญลักษณ์ของการบินไทย

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส




คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (อังกฤษ: Christopher Columbus ; ละติน:Christophorus Columbus; อิตาลี: Cristoforo Colombo; สเปน: Cristóbal Colón; โปรตุเกส: Cristóvão Colombo) เกิด ค.ศ. 1451 เสียชีวิตวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1506 เชื่อว่าน่าจะเป็นชาวเจนัว อิตาลี แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจเกิดที่อื่น ตั้งแต่ จักรวรรดิอาราโกนีส (Aragó) ไปจนถึง อาณาจักรกาลีเซีย (Galicia) โคลัมบัสนั้นเป็นนักสำรวจและพ่อค้า เขาไปติดต่อกษัตริย์อิตาลีเพื่อจะออกเรือไปหาขุมทรัพย์ แต่ไม่สำเร็จ จึงไปขอพบพระเจ้าเฟอร์ดินันด์และพระนางอิซาเบลลาแห่งสเปน เพื่อขอทุนทรัพย์ในการแต่งกองเรือออกไปล่ามหาสมบัติยังดินแดนไกลโพ้น ในปี 1492 เขาได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงทวีปอเมริกา ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1492 ภายใต้ธงชาติของสเปน หรือ เป็นตัวแทนของประเทศสเปนนั่นเอง.
โคลัมบัสมีความเชื่อว่าโลกนั้นมีรูปร่างเป็นทรงกลม และเราสามารถไปถึงตะวันออกไกล (Far East) โดยการเดินเรือไปทางทิศตะวันตก ซึ่งความเชื่อนี้เป็นที่ขัดแย้งกับแนวความเชื่อในยุคนั้นว่าโลกนั้นมีรูปทรงแบน แต่ปัญหาสำคัญที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ก็คือ ความเป็นไปได้ของการเดินทางรอบโลก เนื่องมาจากอุปสรรคเรื่องของอาหาร และข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการเดินเรือในสมัยนั้น เช่น การเดินเรือไปติดในบริเวณที่ไม่มีลมพัด ถึงแม้ว่าโคลัมบัสนั้นไม่ได้เป็นบุคคลแรกที่เดินทางมาถึงอเมริกา แต่ก็เป็นจุดเริ่มของการติดต่ออย่างถาวรระหว่างโลกใหม่ (ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก) และ โลกเก่า (ฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติก)
ในสหรัฐอเมริกานั้น มีวันหยุดราชการ 1 วันเพื่อรำลึกถึงโคลัมบัส โคลัมบัสเป็นบุคคลแรกที่ค้นพบอเมริกา ก่อนอเมริโก เวสปุชชีเสียอีก ตอนนั้นเขากะจะไปที่อินดีสซึ่งปัจจุบันเป็นอินเดีย พอมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง เขานึกว่าเกาะแห่งนี้เป็นอินดีส

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Sigmund Freud


ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิตแพทย์ชาวออสเตรีย เชื้อสายยิว เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2399 ในจักรวรรดิออสเตรียซึ่งปัจจุบันคือ สาธารณรัฐเช็ก และเสียชีวิตวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2482 รวมอายุ 83 ปี ครอบครัวมีอาชีพขายขนสัตว์ มีฐานะปานกลาง
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) สนใจด้านวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเวียนนาสาขาวิทยาศาสตร์ แล้วเรียนต่อสาขาแพทยศาสตร์ จากนั้นได้ไปศึกษาต่อด้านโรคทางสมองและประสาทที่กรุงปารีสกับหมอผู้เชี่ยวชาญด้านอัมพาต ที่นั่นฟรอยด์ได้ค้นพบว่าความจริงแล้วคนไข้บางรายป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากภาวะทางจิตใจไม่ใช่ร่างกาย หลังจากกลับมาอยู่ที่กรุงเวียนนา ฟรอยด์จึงใช้วิธีการรักษาแบบจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) กับคนไข้ที่เป็นอัมพาต กล่าวคือให้ผู้ป่วยเล่าถึงความคับข้องใจหรือความหวาดกลัวและพยายามให้ผู้ป่วยเข้าใจเหตุการณ์นั้นๆ เพื่อลดความขัดแย้งในใจ ปรากฏว่ามีผู้ป่วยหลายรายหายจากอัมพาต
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ได้ศึกษาวิเคราะห์จิตใจของมนุษย์ และอธิบายว่า จิตใจทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ มี 3 ลักษณะ คือ
1. จิตรู้สำนึก (Conscious mind) หมายถึง สภาวะจิตที่รู้ตัวอยู่ ได้แก่ การแสดพฤติกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักแห่งความเป็นจริง
2. จิตกึ่งสำนึก (Subconscious mind) หมายถึง สภาวะจิตที่ระลึกถึงได้ แต่มิได้แสดงออกเป็นพฤติกรรมในขณะนั้น เป็นส่วนที่รู้ตัวสามารถดึงออกมใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
3. จิตใต้สำนึก (Unconscious mind) หมายถึง สภาวะจิตที่ไม่อยู่ในภาวะที่รู้ตัวระลึกถึงไม่ได้ เป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจ แต่มีอิทธิพลจูงใจพฤติกรรม และการดำเนินชีวิตของคนเรามากที่สุด
เขาอธิบายว่าจิตใต้สำนึกของคนเราแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ อิด (Id) อีโก้ (Ego) และ ซุปเปอร์อีโก้ (Superego) โดย อิดจะเป็นพลังอารมณ์ความรู้สึกที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด เช่น รัก โลภ โกรธ หลง หรือเรียกว่าเป็นสัญชาตญาณดิบของคนเรานั่นเอง ซึ่งหากคนเรามีอิด เพียงอย่างเดียวก็จะไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ในขณะที่ ซุปเปอร์อีโก้จะเป็นพลังงานที่เกิดจากการเรียนรู้ค่านิยมต่างๆ เช่น ความดี ความชั่ว มโนธรรม เป็นต้น ซึ่งเป็นพลังในส่วนดีของจิตมนุษย์ที่จะคอยหักล้างกับพลังอิด ทั้งนี้ในระหว่างความสุดขั้วของอิด และซุปเปอร์อีโก้นั้นจะมี อีโก้อยู่ระหว่างกลางคอยทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้คนเราแสดงสัญชาตญาณดิบออกมามากเกินไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้คนเราแสดงออกซึ่งมโนธรรมเพียงอย่างเดียวเช่นกัน